ห้องแถว 2550 : โชวห่วยเย้ยยุทธจักร  


ประวัติ

ห้อง 601 ย่าน
"เนื้อสันใน"


พลิกเวลา
หาแผ่นดิน


โชวห่วย
เย้ย
ยุทธจักร


chinatown
กับการ
ปฎิวัติ


ปักกิ่ง
ผังเมือง
สาธารณะ


คอนโด
2550

ติดต่อ


 


- ห้องแถวในอดีตนั้น ไม่ได้ออกแบบมา
สําหรับเมื่องที่มีความหนาแน่นสูงอย่าง
เช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

- ในเมืองที่มีความหนาแน่นสูง
ย่อมทําให้ที่ดินราคาสูงขึ้น เป็นเหตุให้
้ค่าเช่าห้องแถวชั้นล่าง (ที่ติดถนน)
นั้นสูงขึ้นมาก

- ห้องแถว 2550 ที่นําเสนอนี้
สามารถเพิ่มพื้นที่การคัาขายสําหรับ
พ่อค้ารายย่อย (โชวห่วย)ในละแวกนั้นๆ
ได้เนื่องจากพื้นที่สาธารณะนั้น
ไม่ได้จํากัดอยู่ที่ชั้นล่างของห้องแถว
เท่านั้น แต่กระจายออกไปได้หลายชั้น
ทําให้ค่าเช่าถูกลงได้

- ลิฟท์และบันไดสาธารณะนั้น
อยู่ด้านนอกของ ตัวอาคาร
และหยุดบนชั้นที่มีโชวห่วยเท่านั้น

- เจ้าของห้องแถวนั้นอยู่ชั้นบน
ของโชวห่วยโดยมีบันไดส่วนตัว
ภายในอาคารเป็นตัวเชื่อม

- พื้นที่สาธารณะบนตัวอาคารนั้น
เปิด 24 ชั่วโมง (สําหรับคนที่ชอบ
ข้าวต้มเมื้อดึก)
ร้านไหนต้องการ
เปิดเมื่อไร ก็สามารถจัดการกันเองได้

     

- เจ้าของโชวห่วยนั้นนอกจาก จะทําหน้าที่เป็นพ่อค้าแล้ว ยังต้องทําหน้าที่เป็น "บุคคลสาธารณะ" ไปโดยปริยาย เพราะเขามีความสามารถในการตัดสินใจ หากมีชาวบ้านที่ไม่มีเงินมาขอปลาสเตอร์ยา "บุคคลสาธารณะ" ผู้นี้สามารถตัดสินใจช่วยชาวบ้านผู้นั้น ได้ทันที โดยไม่ต้องขออนุญาติ CEO นี่คือความเป็น "บุคคลสาธารณะ" ของโชวห่วย

- สําหรับนักลงทุนที่ต้องการกําไรจากที่ดิน และกําลังคิดที่จะสร้างห้าง
สรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาเก็ต สิ่งที่ควรไตร่ตรองให้ดีก็คือ
ระบบรวมศูนย์และระบบมาตรฐานเชิงเดี่ยว (standardization)
นั้นจะนําไปสู่การจัดการในลักษณะ"สังคมนิยม" มากขึ้นๆ ( J. Schumpeter )
ความเป็นปัจเจกนั้นจะน้อยลงเมื่อกิจการขยายใหญ่ขึ้น ผลผลิตจะไม่หลากหลาย
และความคิดสร้างสรรค์ (ซึ่งต้องการความเป็นปัจเจกชน) ก็จะน้อยลง
ในประเทศสหรัฐอเมริกา ร้านหนังสือและห้างใหญ่ๆกําลังประสบปัญหาขาดทุน เพราะไม่สามารถแข่งกับพ่อค้ารายย่อยทาง eBay ได้

eBay นั้นมีหลักการง่ายๆก็คือ สร้างพื้นที่สาธารณะขึ้นมาให้ผู้คนแลกเปลี่ยน
สินค้ากันเอง
โดยเก็บเพียงค่าธรรมเนียมในการเข้าร่วม
ผลปรากฎว่า eBayได้กําไรมหาศาลเพราะเขาไม่ต้องลงทุนหาสินค้าเองเลย
หากเพียงแค่เปิดพื้นที่ให้คนมาใช้เท่านั้นก็พอ

ห้องแถว 2550 ก็อาจมีลักษณะคล้ายๆกับ eBay คือ
เปิดพื้นที่สาธารณะใหม่ขึ้นมาให้คนได้ใช้ โดยเก็บค่าเช่า(สําหรับห้องแถว)
และค่าธรรมเนียม(สําหรับแพงลอย) ในราคาถูกแต่เก็บมากรายขึ้น
ยิ่งคนมาขายเยอะก็ยิ่งเก็บได้เยอะและเก็บได้ถูกลง เป็นผลให้คนมาขายมากขึ้นอีก

ภาพทางซ้ายมือ (Figure I) เป็นลักษณะของห้างใหญ่ที่มีระบบจัดการแบบรวมศูนย์
ส่วนภาพ (Figure II)นั้นเป็นลักษณะของระบบการจัดการกันเอง
โดยมีพื้นที่สาธารณะที่สามารถเข้าถึงได้หลายทิศทาง ตลอด 24 ชั่วโมง

           

ข้อดีอื่นๆ

1. ลูกค้าสามารถซื้อของได้หลากหลายภายในตึกเดียว เพราะมีหลายชั้น
ประเด็นนี้คือจุดขายที่สําคัญ (เป็นกลยุทธ์ในการดึงดูดผู้คน ที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ได้ใช้มานานแล้ว)

2. ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประหยัดค่าน้ำมัน และไม่ต้องฝ่ารถติด
(ถ้ามีตึกอย่างนี้หลายแห่ง การจราจรที่ติดขัดในกรุงเพพฯ อาจทุเลาลงได้)

3. สร้างงานให้คนในพื้นที่นั้นๆ สร้างโอกาสสำหรับการทำธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง (SME)
(ยกตัวอย่างเช่น ร้านขายของชำ เบเกอรี่ ร้านเครื่องเขียน ร้านชีวจิต ภัตตาคาร สปา โรงพิมพ์
ร้านตัดผม ร้านหนังสือ เภสัช คลีนิค)

4. เพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน เมื่อมีสายตาหลายคู่ในพื้นที่สาธารณะ
ก็จะลดการอาชญากรรมในพื้นที่ได้ ทำให้ตำรวจมีงานทำน้อยลง

5. การเป็นเจ้าของ หากเป็นลักษณะของการร่วมทุนโดยผู้อยู่อาศัยในลักษณะสหกรณ์
(เช่นลงทุนคนละสองแสน สำหรับตึกที่จุได้ห้าสิบครัวเรือน ห้าสิบธุรกิจ) จะสามารถกำหนดได้
ว่าต้องการธุรกิจแบบใดในตึก เช่นถ้าไม่ต้องให้อู่รถมาอยู่ข้างคูหาเดียวกับร้านเบเกอรี่ ก็สามารถกําหนดเขตบริเวณกันได้


อมาตยา เซน (Amartya Sen) ได้ตั้งข้อสังเกตในหนังสือ The Argumentative Indian ว่าต้นตอของ"ประชาธิปไตย" นั้นไม่ได้มาจากวัฒนธรรมตะวันตกอย่างที่เข้าใจกัน หากแต่จะมาจากวัฒนธรรมการถกเถียง ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการมีพื้นที่สาธารณะ และมีมาช้านานในวัฒนธรรมของคนเอเชีย

การต่อสู้กับทุนข้ามชาตินั้นเป็นเรื่องไม่ง่าย บ้างครั้งเราอาจจําเป็นต้องใช้กลไกตลาดเข้าชนกลไกตลาด เพราะศึกใหญ่ในขณะนี้ คือการแย่งชิงพื้นที่สาธารณะให้กลับมาเป็นของสาธารณะ จะรอพึ่งรัฐอย่างเดียวคงไม่ได้